ซีอีโอ Ford ชี้ AI จะเป็นผู้ช่วยแรงงานฝีมือ แต่จะเข้ามาแทนที่งานออฟฟิศ
Jim Farley มองว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูงในโรงงาน แต่เตือนว่างานเอกสารและงานบริการลูกค้ามีความเสี่ยงถูกแทนที่สูง
สรุปข่าว
Jim Farley ซีอีโอของ Ford แสดงความเห็นว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในฐานะ "เพื่อนร่วมงาน" สำหรับแรงงานทักษะฝีมือในโรงงานและงานช่าง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเทคนิค โดยมองว่างานเหล่านี้จะยังคงต้องพึ่งพาทักษะการตัดสินใจของมนุษย์ในการซ่อมบำรุงระบบที่ซับซ้อน
ในทางกลับกัน Farley เตือนว่างานในกลุ่มสำนักงาน เช่น งานทำตารางคำนวณ งานคอลเซ็นเตอร์ หรือโปรแกรมเมอร์ระดับเริ่มต้น มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเปลี่ยนแปลงหรือถูกแทนที่ด้วย AI ในระยะแรกนี้
การปรับตัวในโรงงานผลิต
ปัจจุบัน Ford มีแรงงานทักษะฝีมือกว่า 10,000 คน ซึ่งคิดเป็น 20% ของพนักงานทั้งหมด โดยงานเริ่มเปลี่ยนจากการซ่อมบำรุงเครื่องจักรทั่วไปไปสู่การดูแลหุ่นยนต์และอุปกรณ์ดิจิทัลในสายการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับงานในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น
บริษัทได้นำ AI และเทคโนโลยี Augmented Reality มาช่วยช่างเทคนิคในการซ่อมแซมรถยนต์ที่ซับซ้อน เช่น การถอดเครื่องยนต์รถกระบะ Super Duty ซึ่งช่วยให้ช่างที่ไม่มีประสบการณ์สามารถทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นผ่านคำแนะนำจากระบบ
มุมมองต่อแรงงานและเทคโนโลยี
Chris Nelson ซีอีโอของ Stanley Black & Decker เสริมว่าในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้าง AI และหุ่นยนต์ถูกมองว่าเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ไม่ใช่ภัยคุกคาม เนื่องจากบริษัทมีงานค้างจำนวนมากที่ต้องการกำลังคนมาจัดการให้เสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม Farley เน้นย้ำว่าการสร้างความเชื่อมั่นในหมู่พนักงานเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากพนักงานรู้สึกว่าข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมหรือใช้เพื่อการสอดแนม พวกเขาจะปฏิเสธการใช้งานระบบทันที
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข้อมูลนี้เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยีในระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังไม่มีผลกระทบทางการเงินหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนในทันที
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน