เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ข่าวบริษัท เศรษฐกิจ

ซีอีโอ Ford ชี้ AI จะเป็นผู้ช่วยแรงงานฝีมือ แต่จะเข้ามาแทนที่งานออฟฟิศ

Jim Farley มองว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูงในโรงงาน แต่เตือนว่างานเอกสารและงานบริการลูกค้ามีความเสี่ยงถูกแทนที่สูง

ภาพ: 42-BRT / Wikimedia Commons (CC BY 4.0) ดูต้นทาง

สรุปข่าว

Jim Farley ซีอีโอของ Ford แสดงความเห็นว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในฐานะ "เพื่อนร่วมงาน" สำหรับแรงงานทักษะฝีมือในโรงงานและงานช่าง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเทคนิค โดยมองว่างานเหล่านี้จะยังคงต้องพึ่งพาทักษะการตัดสินใจของมนุษย์ในการซ่อมบำรุงระบบที่ซับซ้อน

ในทางกลับกัน Farley เตือนว่างานในกลุ่มสำนักงาน เช่น งานทำตารางคำนวณ งานคอลเซ็นเตอร์ หรือโปรแกรมเมอร์ระดับเริ่มต้น มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเปลี่ยนแปลงหรือถูกแทนที่ด้วย AI ในระยะแรกนี้

การปรับตัวในโรงงานผลิต

ปัจจุบัน Ford มีแรงงานทักษะฝีมือกว่า 10,000 คน ซึ่งคิดเป็น 20% ของพนักงานทั้งหมด โดยงานเริ่มเปลี่ยนจากการซ่อมบำรุงเครื่องจักรทั่วไปไปสู่การดูแลหุ่นยนต์และอุปกรณ์ดิจิทัลในสายการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับงานในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น

บริษัทได้นำ AI และเทคโนโลยี Augmented Reality มาช่วยช่างเทคนิคในการซ่อมแซมรถยนต์ที่ซับซ้อน เช่น การถอดเครื่องยนต์รถกระบะ Super Duty ซึ่งช่วยให้ช่างที่ไม่มีประสบการณ์สามารถทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นผ่านคำแนะนำจากระบบ

มุมมองต่อแรงงานและเทคโนโลยี

Chris Nelson ซีอีโอของ Stanley Black & Decker เสริมว่าในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้าง AI และหุ่นยนต์ถูกมองว่าเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ไม่ใช่ภัยคุกคาม เนื่องจากบริษัทมีงานค้างจำนวนมากที่ต้องการกำลังคนมาจัดการให้เสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตาม Farley เน้นย้ำว่าการสร้างความเชื่อมั่นในหมู่พนักงานเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากพนักงานรู้สึกว่าข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมหรือใช้เพื่อการสอดแนม พวกเขาจะปฏิเสธการใช้งานระบบทันที

ผลกระทบ เป็นกลาง

ข้อมูลนี้เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยีในระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังไม่มีผลกระทบทางการเงินหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนในทันที

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน