Gen Z หันหลังให้ SUV เลือกใช้รถเก๋งแทน กดดันค่ายรถสหรัฐฯ ต้องทบทวนกลยุทธ์
พฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ในสหรัฐฯ เปลี่ยนไปเน้นรถเก๋งราคาประหยัดมากกว่า SUV ส่งผลให้ Ford และ GM เริ่มพิจารณากลับมาทำตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีกครั้ง
สรุปข่าว
ผลสำรวจจาก Compare.com และ Escalent ชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม Gen Z ในสหรัฐฯ นิยมใช้รถเก๋งมากกว่า SUV อย่างเห็นได้ชัด โดยรุ่นยอดนิยมได้แก่ Honda Civic, Honda Accord และ Toyota Camry ซึ่งสวนทางกับความนิยมของคนรุ่นก่อนหน้า
ปัจจัยหลักที่ทำให้ Gen Z เลือกใช้รถเก๋งคือเรื่องราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า โดยราคารถยนต์นั่งขนาดเล็กเฉลี่ยอยู่ที่ 27,977 ดอลลาร์ ในขณะที่ SUV ขนาดกะทัดรัดมีราคาสูงถึง 37,614 ดอลลาร์ ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายหันมาให้ความสนใจรถเก๋งมากขึ้น
การปรับตัวของค่ายรถยนต์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Ford และ GM ได้ลดการผลิตรถเก๋งลงเพื่อไปเน้นทำกำไรจากรถ SUV และรถกระบะ โดย Ford เลิกผลิตรุ่น Fusion ในปี 2020 และ Chevrolet เลิกผลิตรุ่น Malibu ในปี 2024
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของทั้งสองค่ายเริ่มส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลง โดย Ford มีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ราคาต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2030 ขณะที่ผู้บริหาร GM ยอมรับว่าต้องการมีรถเก๋งไฮบริดในพอร์ตโฟลิโอเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้การกลับมาทำตลาดรถเก๋งอาจช่วยเพิ่มยอดขายในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่การเปลี่ยนสายการผลิตต้องใช้เงินลงทุนสูงและอาจกระทบต่ออัตรากำไรเมื่อเทียบกับรถ SUV ที่มีกำไรต่อหน่วยสูงกว่า
สิ่งที่ต้องติดตาม
- แผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ Ford ภายในปี 2030
- การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของ GM เกี่ยวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน