อุตสาหกรรมยานยนต์แอฟริกาใต้เร่งปรับตัวรับยุค EV หวั่นเสียฐานผลิตให้คู่แข่ง
ผู้ผลิตรถยนต์ในแอฟริกาใต้เรียกร้องมาตรการสนับสนุนที่มากกว่าแค่สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
สรุปข่าว
อุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้กำลังเผชิญความเสี่ยงในการสูญเสียฐานการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ให้แก่คู่แข่งในเอเชีย แม้รัฐบาลจะออกกฎหมายลดหย่อนภาษี 150% สำหรับการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮโดรเจนที่จะเริ่มในปี 2026 ก็ตาม
ผู้บริหารค่ายรถยนต์มองว่ามาตรการภาษีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนพิจารณาคือความเสถียรของพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุนการผลิตที่ปัจจุบันเริ่มสูงขึ้นจนเสียเปรียบเมื่อเทียบกับฐานการผลิตในเอเชีย
ความท้าทายรอบด้าน
ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็น 23.8% ของผลผลิตภาคการผลิตในแอฟริกาใต้ โดยมีการส่งออกรถยนต์กว่า 67% ไปยังสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์มลพิษต่ำ ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องเร่งปรับตัวตามมาตรฐานโลก
ผู้บริหารจาก Toyota และ Ford ระบุว่าปัญหาเรื่องไฟฟ้าไม่เพียงพอและต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นเป็นอุปสรรคสำคัญ โดย Toyota ได้ตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์กระบะไฟฟ้าแทนแอฟริกาใต้ ซึ่งสะท้อนถึงความเสียเปรียบด้านความสามารถในการแข่งขันในปัจจุบัน
ผลกระทบ เชิงลบ
อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นเสาหลักเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและฐานการผลิตให้แก่คู่แข่งในเอเชียจะส่งผลลบต่อการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน