Wayve ปรับกลยุทธ์รุกตลาดรถยนต์ไร้คนขับด้วยโมเดลขายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
สตาร์ทอัพอังกฤษเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งเป็นสมองกลอัจฉริยะให้ค่ายรถยนต์ทั่วโลกแทนการผลิตรถเอง
สรุปข่าว
Wayve สตาร์ทอัพด้านรถยนต์ไร้คนขับจากอังกฤษ กำลังปรับโมเดลธุรกิจจากการเน้นวิจัยและพัฒนาไปสู่การขายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ AI ให้กับผู้ผลิตรถยนต์และผู้ให้บริการขนส่ง แทนที่จะสร้างรถยนต์หรือเครือข่ายรถแท็กซี่ไร้คนขับของตนเอง
บริษัทได้เริ่มทดสอบบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับร่วมกับ Uber ในลอนดอน และมีแผนขยายไปสู่โตเกียว รวมถึงได้เซ็นสัญญาความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่าง Nissan และ Stellantis แล้ว
ความแตกต่างของเทคโนโลยี
Wayve เลือกใช้แนวทาง AI แบบ end-to-end ที่สามารถเรียนรู้การขับขี่ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง (HD Maps) ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างจากคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด
นอกจากนี้ บริษัทยังใช้ระบบเซนเซอร์ผสมผสานทั้งกล้อง เรดาร์ และไลดาร์ (Lidar) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยซีอีโอ Alex Kendall เชื่อว่าการเป็น 'ชั้นสมองกล' ให้กับรถยนต์ทุกยี่ห้อจะช่วยให้บริษัทขยายตัวได้เร็วกว่าการเป็นผู้ผลิตรถยนต์เอง
ผลกระทบ เป็นกลาง
เป็นความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ของบริษัทเอกชนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับในระยะยาว แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อราคาหุ้นในตลาดโดยตรง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน