ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ซบเซา สวนทางยุโรปที่เติบโตต่อเนื่อง
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสหรัฐฯ เผชิญภาวะชะลอตัวหลังหมดมาตรการอุดหนุน ขณะที่ผู้บริโภคในยุโรปยังคงตอบรับดีจากนโยบายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
สรุปข่าว
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 30.7% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 คิดเป็นสัดส่วนเพียง 6% ของยอดขายรถยนต์รวม ลดลงจาก 8.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการหมดอายุของมาตรการลดหย่อนภาษี 7,500 ดอลลาร์ และการที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายยกเลิกแผนการผลิตรุ่นไฟฟ้าเพื่อหันไปเน้นรถยนต์ไฮบริดแทน
ในทางกลับกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปกลับเติบโตขึ้นโดยมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 23.2% แรงหนุนสำคัญมาจากกฎระเบียบการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดและการมีตัวเลือกโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า 150 รุ่นในตลาด
พฤติกรรมผู้บริโภคและทางรอดของค่ายรถ
ผู้บริโภคชาวอเมริกันหันไปหาทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าอย่างรถยนต์ไฮบริด ซึ่งมียอดขายพุ่งขึ้น 23% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ โดยค่ายรถอย่าง Nissan ได้เร่งเปิดตัวระบบไฮบริดในรถ SUV รุ่นยอดนิยมเพื่อตอบสนองความต้องการ
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่เน้นรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่าง Tesla และ Rivian ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าค่ายรถยนต์ดั้งเดิม โดยยอดขายของ Tesla ลดลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ Rivian มียอดขายเติบโตขึ้นจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่
ผลกระทบ เชิงลบ
ส่งผลลบต่อผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมในสหรัฐฯ ที่ลงทุนในสายการผลิต EV สูงแต่ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์มาเน้นรถไฮบริดเพื่อรักษาฐานรายได้
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน