สหรัฐฯ ยังพึ่งพาแร่หายากจากจีนต่อเนื่อง แม้เร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
สหรัฐฯ ยังคงต้องนำเข้าแร่หายากจากจีนไปจนถึงช่วงปี 2030 แม้จะมีการลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างฐานการผลิตและแปรรูปภายในประเทศเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์
สรุปข่าว
สหรัฐฯ กำลังเผชิญความท้าทายในการลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน แม้ประธานาธิบดี Donald Trump จะผลักดันนโยบายเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศอย่างจริงจัง ข้อมูลจาก Benchmark Mineral Intelligence ระบุว่าปัจจุบันสหรัฐฯ สามารถผลิตแร่หายากได้เพียง 42% ของความต้องการใช้ และคาดว่าจะยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 25% ของความต้องการไปอีกอย่างน้อย 5 ปี
ประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกแร่หายากที่จีนอาจมีการจำกัดปริมาณ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอาวุธ ยานยนต์ และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่ต้องใช้แร่เหล่านี้ในการผลิตแม่เหล็กและชิ้นส่วนสำคัญ
ความคืบหน้าการผลิตในสหรัฐฯ
บริษัทในสหรัฐฯ เริ่มมีความคืบหน้าในการสร้างห่วงโซ่อุปทาน เช่น MP Materials ที่เริ่มส่งมอบแม่เหล็กให้แก่ General Motors ขณะที่ USA Rare Earth และ Energy Fuels ได้ขยายการลงทุนผ่านการเข้าซื้อกิจการเหมืองและโรงงานแปรรูปทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การแปรรูปแร่หายากมีความซับซ้อนทางเคมีและเครื่องจักรสูง ทำให้การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ตั้งแต่ต้นต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก แม้จะมีสตาร์ทอัพหลายแห่งพยายามพัฒนาเทคโนโลยีการแยกแร่รูปแบบใหม่ แต่การก้าวข้ามการพึ่งพาจีนในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดยังคงเป็นเรื่องยากในระยะสั้น
ผลกระทบ เชิงลบ
การที่สหรัฐฯ ยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองด้านแร่หายากได้เต็มที่ทำให้มีความเสี่ยงสูงหากจีนตัดสินใจจำกัดการส่งออก ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนและการผลิตของบริษัทเทคโนโลยีและยานยนต์ในสหรัฐฯ โดยตรง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 10 พฤศจิกายน: วันสิ้นสุดการชะลอข้อจำกัดการส่งออกแร่หายากของจีน
- ผลการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนเรื่องนโยบายการค้าแร่
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน