เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ข่าวบริษัท เศรษฐกิจ

วิกฤตค่าครองชีพสหรัฐฯ ดันราคาและอายุรถมือสองพุ่งสูง

ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องจ่ายแพงขึ้นสำหรับรถมือสองที่มีอายุการใช้งานมากขึ้นและเลขไมล์สูงขึ้น เนื่องจากค่ายรถยนต์เน้นทำกำไรจากรถรุ่นใหม่ราคาแพง

ภาพ: Erik Mclean / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ตลาดรถยนต์มือสองในสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะราคาพุ่งสูงและสินค้าขาดแคลน โดยรถยนต์มือสองราคา 10,000-15,000 ดอลลาร์ ปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยเกือบ 9 ปีและเลขไมล์สูงถึง 98,000 ไมล์ เทียบกับปี 2019 ที่งบประมาณเท่ากันสามารถซื้อรถอายุไม่เกิน 5 ปีและเลขไมล์เพียง 58,000 ไมล์ได้

สาเหตุหลักมาจากค่ายรถยนต์เปลี่ยนกลยุทธ์การผลิตโดยเน้นรุ่นที่มีราคาสูงเพื่อทำกำไรมากกว่าการทำโปรโมชั่นลดราคาหรือการเช่าซื้อ (Leasing) แบบเดิม ส่งผลให้ปริมาณรถมือสองคุณภาพดีเข้าสู่ตลาดน้อยลงอย่างมาก

กลยุทธ์ค่ายรถและปัจจัยกดดัน

บริษัทอย่าง General Motors และ Ford ประสบความสำเร็จในการเพิ่มกำไรจากการเน้นขายรถรุ่นใหม่ราคาสูงและลดแรงจูงใจในการขายลง อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้กำลังสร้างภาระหนักให้กับผู้บริโภคที่รายได้ไม่เติบโตตามราคาของรถยนต์

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในอิหร่าน ยังเป็นตัวเร่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งรถยนต์พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ราคารถยนต์ใหม่และมือสองขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบ เชิงลบ

ภาวะราคาที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่ลดลงสะท้อนถึงความเสี่ยงต่อการบริโภคภาคครัวเรือนในสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ในระยะยาวและเป็นสัญญาณลบต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ
  • นโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน