AstraZeneca เผยผลวิจัย TAGRISSO ช่วยยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นได้นาน 8 ปี
ผลการศึกษา ADAURA ระยะที่ 3 ยืนยันประสิทธิภาพของยา TAGRISSO ในการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิด NSCLC ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR
สรุปข่าว
AstraZeneca เปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากการทดลองทางคลินิก ADAURA ระยะที่ 3 ซึ่งติดตามผลผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC) ระยะเริ่มต้นที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR หลังการผ่าตัดก้อนเนื้อออก พบว่าการใช้ยา TAGRISSO ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตที่ 8 ปีได้อย่างมีนัยสำคัญ
ผลวิจัยระบุว่ายา TAGRISSO สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้ถึง 47% ในกลุ่มประชากรหลัก และ 48% ในกลุ่มประชากรโดยรวม เมื่อเทียบกับการใช้ยาหลอก โดยมีผู้ป่วยที่ได้รับยา TAGRISSO รอดชีวิตที่ 8 ปีสูงถึง 74-79% ซึ่งถือเป็นข้อมูลการรอดชีวิตที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการรายงานในการทดลองระยะที่ 3 สำหรับการรักษามะเร็งปอดในลักษณะนี้
ความสำคัญต่อมาตรฐานการรักษา
ผลลัพธ์ดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า TAGRISSO เป็นมาตรฐานการรักษาหลักที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ในทุกระยะของโรค ข้อมูลนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจคัดกรองยีน EGFR ตั้งแต่ระยะวินิจฉัยเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ได้ผลดี
นอกจากนี้ ข้อมูลจากโลกความเป็นจริงยังระบุว่าการหยุดใช้ยา TAGRISSO ก่อนกำหนดระยะเวลา 3 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำหรือเสียชีวิตมากกว่าสองเท่า ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการรักษาอย่างต่อเนื่องตามแผนที่กำหนดไว้
ผลกระทบ เชิงบวก
ผลการวิจัยที่แข็งแกร่งช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ AstraZeneca ในกลุ่มยามะเร็งปอดและสนับสนุนการใช้ยา TAGRISSO เป็นมาตรฐานการรักษาหลัก ซึ่งจะช่วยรักษาฐานรายได้และขยายโอกาสทางการตลาดในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การอนุมัติข้อบ่งใช้เพิ่มเติมในอนาคต
- ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มยามะเร็งปอด
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน