สัดส่วนรายได้แรงงานสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบ 77 ปี สวนทางกำไรบริษัทพุ่ง
รายงานชี้แรงงานสหรัฐฯ ได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตทางเศรษฐกิจน้อยลง ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่มีกำไรเพิ่มขึ้นมหาศาลและพึ่งพาแรงงานสัญญาจ้างมากขึ้น
สรุปข่าว
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่าแรงงานอเมริกันได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตทางเศรษฐกิจเพียง 52.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1947 ในขณะที่กำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 เติบโตขึ้นถึง 600% ในช่วงศตวรรษนี้ สวนทางกับค่าจ้างที่ปรับตัวขึ้นเพียง 12.5% เมื่อหักลบเงินเฟ้อ
รายงานจาก Government Accountability Office (GAO) พบว่าจำนวนพนักงานของ Amazon ที่ต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐ เช่น โครงการ SNAP และ Medicaid เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปี 2020 แม้บริษัทจะมีรายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย Amazon โต้แย้งว่าตัวเลขดังกล่าวไม่สะท้อนความเป็นจริงและบริษัทให้สวัสดิการที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม
ปัจจัยกดดันค่าจ้างและโครงสร้างแรงงาน
นักวิชาการชี้ว่าการลดลงของสัดส่วนรายได้แรงงานเกิดจากการที่สหภาพแรงงานมีอิทธิพลน้อยลง และการเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานไปสู่การใช้แรงงานสัญญาจ้าง (Gig workers) หรือการจ้างเหมาช่วงมากขึ้น ทำให้บริษัทลดภาระด้านสวัสดิการและลดความรับผิดชอบทางกฎหมายลง
นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ยังถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการเติบโตของค่าจ้าง โดยผลการศึกษาพบว่าอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูก AI เข้ามาแทนที่ มีอัตราการเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริงลดลง 6.7% นับตั้งแต่ปี 2023 แม้ว่าระดับการจ้างงานจะยังคงที่ก็ตาม
ผลกระทบ เชิงลบ
สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่อาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางสังคมและแรงกดดันด้านนโยบายแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่ในอนาคตหากมีการปรับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน