เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
งบการเงิน AI

หุ้นเทคเผชิญแรงขายหนัก หวั่นปรับฐานลึกหลังกระแสเงินสดติดลบ

กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI เผชิญแรงเทขายรุนแรง มูลค่าตลาดหายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังยักษ์ใหญ่เทคฯ เผยกระแสเงินสดอิสระติดลบจากการลงทุนด้าน AI ที่มหาศาล

ภาพ: AlphaTradeZone / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยดัชนี Nasdaq 100 ดิ่งลง 3.4% และดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี S&P 500 ทรุดตัวลงมากกว่า 4.2% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ใช้เงินจำนวนมาก แต่ยังขาดความชัดเจนว่าจะสร้างผลกำไรและกระแสเงินสดที่ยั่งยืนได้เมื่อใด

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกดดันให้แก่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หลังจากรายงานผลประกอบการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นกระแสเงินสดอิสระติดลบ โดย Alphabet หรือ Google รายงานกระแสเงินสดอิสระติดลบในไตรมาสที่สาม ตามด้วย Amazon ที่รายงานตัวเลขในทิศทางเดียวกัน และ Meta ที่เผชิญภาวะกระแสเงินสดอิสระติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012

มุมมองนักวิเคราะห์และแนวโน้ม

ข้อมูลจาก Truist ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยี S&P 500 เคยเกิดภาวะปรับฐานลดลง 10% หรือมากกว่านั้นมาแล้วถึง 6 ครั้ง โดยการปรับฐาน 4 ใน 6 ครั้งมีความรุนแรงตั้งแต่ 14% ถึง 27% ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับตัวลงในรอบปัจจุบันอาจยังไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ

ด้าน Dan Ives จาก Yorkville Ives มองว่าความไม่แน่นอนรอบด้านทำให้เกิดความผันผวน แต่สัญญาณพื้นฐานจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ขององค์กรยังคงมีความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากบริษัทเทคโนโลยีที่ระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้และการเสนอขายหุ้นเพิ่มเติม ยิ่งเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ให้มีความน่ากังวลมากขึ้น

ผลกระทบ เชิงลบ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เผชิญแรงขายอย่างหนักเนื่องจากความกังวลเรื่องกระแสเงินสดอิสระที่ติดลบจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สูงมากโดยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องผลกำไรระยะสั้น

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน