Meta เร่งดึงทีมงานการเมืองสองขั้ว เสริมแกร่งอิทธิพลในวอชิงตัน
Meta เดินหน้าสร้างทีมงานสายสัมพันธ์การเมืองทั้งฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกัน เพื่อรับมือการตรวจสอบด้าน AI และการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์
สรุปข่าว
Meta กำลังปรับโครงสร้างทีมงานด้านนโยบายในวอชิงตันครั้งใหญ่ โดยดึงบุคลากรระดับสูงจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันเข้ามาทำงาน เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้กำหนดนโยบายท่ามกลางการตรวจสอบด้าน AI ที่เข้มข้นขึ้น
Mark Zuckerberg ซีอีโอของบริษัทได้เข้าพบกับคณะกรรมาธิการด้าน AI ของสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งบริษัทต้องการผลักดันให้เป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ต่อชุมชนในระดับท้องถิ่น
กลยุทธ์การดึงตัวบุคลากร
ภายใต้การนำของ Dina Powell McCormick ประธานบริษัท Meta ได้ว่าจ้างอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทั้งฝ่ายบริหารของ Trump และผู้ช่วยคนสำคัญของฝั่งเดโมแครตเข้ามาเสริมทัพ
การปรับเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Joel Kaplan หัวหน้าฝ่ายนโยบายระดับโลกเตรียมจะลาออกในปีหน้า ทำให้บริษัทต้องเร่งยกระดับทีมงานฝ่ายกิจการภายนอกและรัฐบาลเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการสื่อสารนโยบาย
เป้าหมายด้านนโยบาย AI
Meta ต้องการเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางนโยบาย AI โดยเน้นย้ำว่าการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในหลายรัฐ เช่น ลุยเซียนา เท็กซัส และอินเดียนา
บริษัทได้จัดตั้งกองทุน Future Is for Everyone Fund มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ และโครงการฝึกอบรมทักษะแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทจะได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองทุกฝ่ายไม่ว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในสภา
ผลกระทบ เป็นกลาง
การปรับทีมงานเป็นการเตรียมความพร้อมเชิงกลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและรักษาอิทธิพลทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการในระยะสั้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน