UPS เร่งขยายระบบติดฉลาก RFID หวังเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดความผิดพลาด
UPS ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณพัสดุที่ติดฉลาก RFID จากต้นทางเป็น 6 ล้านชิ้นต่อวันภายในปี 2027 เพื่อยกระดับความแม่นยำในการติดตามสินค้า
สรุปข่าว
UPS ประกาศความคืบหน้าการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้ติดฉลากพัสดุตั้งแต่ต้นทางจากลูกค้า ปัจจุบันบริษัทดำเนินการครอบคลุม 315 แห่งทั่วโลก โดยมีปริมาณพัสดุที่ใช้ระบบนี้อยู่ที่ 3 ล้านชิ้นต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 2.2 ล้านชิ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ผู้บริหารระบุว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยลดความสับสนในการรับพัสดุและเพิ่มความโปร่งใสให้กับลูกค้าตั้งแต่เริ่มกระบวนการขนส่ง โดยบริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มปริมาณการใช้งานเป็น 6 ล้านชิ้นต่อวันภายในปี 2027 และคาดว่าจะส่งมอบพัสดุที่ใช้ระบบ RFID รวมกว่า 4 พันล้านชิ้นภายในสิ้นปี 2026
ยกระดับระบบอัตโนมัติ
การใช้ RFID ช่วยให้ UPS ลดการสแกนพัสดุด้วยแรงงานคนได้หลายพันล้านครั้งและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในเครือข่าย โดยรถขนส่งของบริษัทจะทำการสแกนอัตโนมัติทันทีเมื่อรับพัสดุจากลูกค้า
นอกจากนี้ UPS ยังมุ่งเน้นการเพิ่มความเป็นอัตโนมัติในเครือข่ายโดยรวม ซึ่งคาดว่าเกือบ 70% ของพัสดุทั้งหมดจะผ่านกระบวนการอัตโนมัติในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เพื่อรองรับปริมาณงานในช่วงเทศกาลปลายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลกระทบ เชิงบวก
การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี RFID ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อดึงดูดลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- เป้าหมายปริมาณพัสดุ RFID 6 ล้านชิ้นต่อวันในปี 2027
- สัดส่วนพัสดุที่ผ่านระบบอัตโนมัติในไตรมาสที่ 4
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน