เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ควบรวมกิจการ ข่าวบริษัท

Safe Harbor เตรียมควบรวมกิจการ Opifex Media หวังรักษาฐานจดทะเบียนใน Nasdaq

Safe Harbor Financial ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อรวมธุรกิจกับ Opifex Media โดยจะจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งใหม่ที่เน้นธุรกิจการเงินกัญชาและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ภาพ: StockRadars Co., / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

SHF Holdings หรือ Safe Harbor ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจแบบไม่มีผลผูกพันเพื่อควบรวมกิจการกับ Opifex Media บริษัทสื่อจากแคลิฟอร์เนีย โดย Opifex จะเข้ามาเป็นบริษัทย่อยที่ Safe Harbor ถือหุ้นทั้งหมด ภายหลังการควบรวมบริษัทใหม่จะยังคงสถานะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ต่อไป

การทำธุรกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบริษัทโฮลดิ้งที่มีธุรกิจหลักสองส่วน คือแพลตฟอร์มการเงินสำหรับอุตสาหกรรมกัญชาของ Safe Harbor และธุรกิจสื่อในกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของ Opifex ซึ่งครอบคลุมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ดนตรี และวิดีโอ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 19 เมษายน 2027

รายละเอียดโครงสร้างการทำธุรกรรม

ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้น ผู้ถือหุ้นของ Opifex จะถือหุ้นในบริษัทใหม่รวม 85% ในขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมของ Safe Harbor จะถือหุ้น 15% โดยสัดส่วนดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนได้เล็กน้อยตามการประเมินมูลค่ากิจการ ณ วันปิดดีล ซึ่ง Opifex จะต้องส่งรายละเอียดมูลค่าบริษัทไม่ต่ำกว่า 50 ล้านดอลลาร์ให้ตรวจสอบ

บริษัทใหม่จะมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารจำนวน 5 คน โดยมี Greg Newman นั่งแท่นประธานบริษัท นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเรื่องการแปลงหุ้นบุริมสิทธิ Series B ให้เป็นหุ้นสามัญ และอาจมีการทำ Reverse Stock Split เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ราคาขั้นต่ำของ Nasdaq

ความเห็นผู้บริหารและเป้าหมายธุรกิจ

Terry Mendez ซีอีโอของ Safe Harbor ระบุว่าการควบรวมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการนำแพลตฟอร์มเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท และช่วยให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานการจดทะเบียนของ Nasdaq ได้ตามกำหนดเวลา

ทางด้าน Greg Newman ประธานของ Opifex มองว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นโอกาสเติบโตที่สำคัญ โดยบริษัทจะเน้นการเข้าซื้อและขยายแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับเหล่าครีเอเตอร์ผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ผลกระทบ เป็นกลาง

แม้การควบรวมจะช่วยให้บริษัทรักษาฐานการจดทะเบียนใน Nasdaq ได้ แต่ผลลัพธ์ทางธุรกิจในระยะยาวจากการรวมสองอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงยังมีความไม่แน่นอนสูงและต้องรอการสรุปสัญญาฉบับสมบูรณ์

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • การลงนามในสัญญาฉบับสมบูรณ์
  • การประเมินมูลค่ากิจการโดยอิสระ
  • การอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและ Nasdaq

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน