ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น หลังกังวลเหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบียกระทบอุปทาน
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบียจนบริษัท Saudi Aramco ต้องอพยพพนักงาน
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันศุกร์ โดยน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 113.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 0.7% อยู่ที่ 100.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานในตะวันออกกลางที่อาจหยุดชะงัก หลังเกิดเหตุโจมตีซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ Saudi Aramco ต้องสั่งอพยพสำนักงานใหญ่ในเมือง Dhahran ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่าตลาดกำลังกังวลต่อการยกระดับความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่เดิมมีความเสถียร
ปัจจัยกดดันอุปทานเพิ่มเติม
นอกเหนือจากสถานการณ์ในซาอุดีอาระเบีย การผลิตน้ำมันในลิเบียยังได้รับผลกระทบจากการปิดวาล์วท่อส่งน้ำมันจากแหล่ง Hamada และ Tahara ไปยังท่าเรือ Zawiya ส่งผลให้ปริมาณการผลิตลดลง
นักวิเคราะห์จาก XS.com ชี้ว่าปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือขอบเขตความเสียหายและระยะเวลาในการซ่อมแซมระบบ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดระดับความเสี่ยงด้านอุปทานที่ตลาดต้องแบกรับ หากการโจมตียังคงดำเนินต่อไปและส่งผลให้การส่งมอบล่าช้า จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อไป
ผลกระทบ เชิงบวก
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลบวกต่อรายได้ของบริษัทในกลุ่มพลังงานและผู้ผลิตน้ำมันโดยตรง อย่างไรก็ตามความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมอื่น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าเหตุโจมตีและผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย
- ระยะเวลาในการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันในลิเบีย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน