ทำไมราคาน้ำมันดิบ Brent ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ แม้การขนส่งเริ่มฟื้นตัว
แม้ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาสู่ระดับปกติ แต่ปัจจัยด้านความเสี่ยงจากสงครามและคลังน้ำมันสำรองที่อยู่ในระดับต่ำยังคงกดดันราคาให้ทรงตัวในระดับสูง
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีรายงานว่าปริมาณการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางกลับมาสู่ระดับก่อนเกิดสงครามแล้วก็ตาม สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รวมถึงความเสี่ยงจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่ยังคงดำเนินอยู่
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกที่ลดต่ำลงอย่างมากทำให้ตลาดขาดความยืดหยุ่นในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลจะพุ่งสูงขึ้น ทำให้ตลาดต้องบวกค่าพรีเมียมความเสี่ยงจากสงครามเข้าไปในราคาขายอยู่ตลอดเวลา
ปัจจัยกดดันราคาและคลังสำรอง
การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำรองที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นและใช้เวลานานขึ้นกว่าจะถึงมือโรงกลั่น ขณะที่โรงกลั่นเองก็พยายามเร่งกำลังการผลิตเพื่อฉวยโอกาสจากส่วนต่างกำไรที่สูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลทั่วโลกจากการที่รัสเซียสั่งห้ามส่งออกและจีนจำกัดปริมาณการส่งออกเพื่อรักษาเสถียรภาพในประเทศ
คลังน้ำมันสำรองทั่วโลกที่ถูกดึงออกมาใช้ในช่วงก่อนหน้านี้อยู่ในระดับที่บางเฉียบจนไม่สามารถรองรับการหยุดชะงักของอุปทานหากเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นอีกครั้ง นักวิเคราะห์มองว่าการระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินของกลุ่ม G7 จำนวน 100 ล้านบาร์เรลแทบไม่มีผลต่อราคา เนื่องจากตลาดไม่มั่นใจว่าปริมาณดังกล่าวเป็นน้ำมันใหม่จริงหรือไม่
มุมมองต่อความเสี่ยงในอนาคต
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุด โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงก่อนหรือหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้บริหารระดับสูงของ Saudi Aramco เตือนว่าปริมาณสำรองฉุกเฉินอาจช่วยประคองสถานการณ์ได้เพียงช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอุปทานในระยะยาวได้ ตราบใดที่ความเชื่อมั่นในเส้นทางขนส่งหลักยังไม่กลับมา แรงกดดันต่อราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข่าวนี้เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดพลังงานในวงกว้าง แต่ไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกหรือลบต่อบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นการเฉพาะ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
- สถานการณ์ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน