ADA/EASD แนะนำคัดกรองภาวะฮอร์โมนคอร์ติซอลเกินในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
รายงานร่วมจากสมาคมเบาหวานสหรัฐฯ และยุโรปแนะนำให้ตรวจคัดกรองภาวะฮอร์โมนคอร์ติซอลเกินในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ยาก
สรุปข่าว
สมาคมเบาหวานอเมริกัน (ADA) และสมาคมยุโรปเพื่อการศึกษาโรคเบาหวาน (EASD) ได้เผยแพร่รายงานแนวทางการจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ประจำปี 2026 โดยแนะนำให้แพทย์คัดกรองภาวะฮอร์โมนคอร์ติซอลเกิน (Hypercortisolism) ในผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากแม้จะใช้ยาหลายชนิด
รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากผลการศึกษา CATALYST ของ Corcept Therapeutics ซึ่งพบว่าการใช้ยา mifepristone ช่วยลดระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ได้อย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าว
ผลการศึกษา CATALYST
การศึกษา CATALYST คัดกรองผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมอาการได้ยากจำนวน 1,057 ราย และพบว่า 24% มีภาวะฮอร์โมนคอร์ติซอลเกิน โดยผู้ป่วยที่ได้รับยา mifepristone มีระดับ HbA1c ลดลง 1.47% เทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกซึ่งลดลงเพียง 0.15%
ภาวะฮอร์โมนคอร์ติซอลเกินสามารถส่งผลกระทบต่อระบบอวัยวะต่างๆ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ การค้นพบนี้จึงถือเป็นแนวทางปฏิบัติใหม่ที่สำคัญในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานที่ดื้อต่อการรักษามาตรฐาน
ผลกระทบ เชิงบวก
การที่สมาคมวิชาชีพแนะนำให้ใช้แนวทางการรักษาที่เกี่ยวข้องกับยาของบริษัท จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ป่วยและอาจส่งผลดีต่อยอดขายยา Korlym ในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การยอมรับแนวทางปฏิบัติใหม่ของแพทย์ในวงกว้าง
- ยอดขายยา Korlym ในไตรมาสถัดไป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน