ผู้ประกอบการอสังหาฯ สหรัฐฯ แห่ลดราคาบ้านใหม่ หลังดีมานด์ดิ่งต่ำสุดในรอบ 14 ปี
ผู้สร้างบ้านกว่า 43% ปรับลดราคาขายในเดือนตุลาคมเพื่อกระตุ้นยอดขาย ท่ามกลางต้นทุนก่อสร้างที่พุ่งสูงและปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สรุปข่าว
ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ เผชิญภาวะซบเซาอย่างหนัก โดยปริมาณผู้เข้าชมโครงการบ้านใหม่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2012 ส่งผลให้ผู้ประกอบการ 43% ตัดสินใจลดราคาขายในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020
นอกจากราคาที่ลดลงเฉลี่ย 6% แล้ว ผู้สร้างบ้านยังต้องใช้กลยุทธ์จูงใจ เช่น การอุดหนุนอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน เพื่อดึงดูดผู้ซื้อที่หายไปจากตลาด ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในเดือนตุลาคมลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าทศวรรษ
แรงกดดันด้านต้นทุน
ผู้สร้างบ้านกำลังเผชิญกับภาวะบีบคั้นจากทั้งฝั่งดีมานด์ที่อ่อนแอและต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากราคาวัสดุและน้ำมันดีเซล
นอกจากนี้ ปัญหาขาดแคลนแรงงานจากการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด ยังส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างและเพิ่มภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น
ผลกระทบ เชิงลบ
ภาวะที่ผู้ประกอบการต้องลดราคาขายท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้นสะท้อนถึงกำไรที่ลดลงและความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ข้อมูลยอดขายบ้านใหม่รายเดือน
- แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน