Walmart ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจจีน ดัน Sam’s Club ขึ้นแท่นเครื่องยนต์หลักสร้างรายได้
Walmart ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดจีนด้วยโมเดล Sam’s Club ที่เน้นกลุ่มชนชั้นกลางและบริการจัดส่งที่รวดเร็ว สวนทางกับแบรนด์ต่างชาติอื่นที่กำลังเผชิญภาวะซบเซา
สรุปข่าว
Walmart สามารถสร้างการเติบโตในจีนได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยล่าสุดทำรายได้ในจีนไปถึง 2.46 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบการเงินที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 19.3% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของภาพรวมบริษัทอย่างมาก โดยมี Sam’s Club เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ถึง 70% ของธุรกิจในจีน
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของ Christina Zhu ผู้บริหารหญิงชาวจีนคนแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง CEO ของ Walmart China ตั้งแต่ปี 2020 โดยเธอปรับกลยุทธ์ให้ธุรกิจเป็นแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบและเน้นการเป็นตัวแทนจัดซื้อให้สมาชิก รวมถึงการปรับขนาดสินค้าให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่น
กลยุทธ์การเติบโตท่ามกลางคู่แข่ง
Sam’s Club ขยายสาขาจาก 15 แห่งในปี 2016 เพิ่มเป็น 67 แห่ง ณ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเน้นเจาะกลุ่มชนชั้นกลางในเมืองด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพและความคุ้มค่า นอกจากนี้ยังสร้างความแตกต่างด้วยบริการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมงสำหรับคำสั่งซื้อส่วนใหญ่ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการความสะดวกสบายของผู้บริโภคจีนได้ดีกว่าคู่แข่ง
แม้แบรนด์ต่างชาติหลายรายจะเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับแบรนด์ท้องถิ่น แต่ Walmart ยังคงรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารและภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับสงครามราคาในจีนผ่านการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านระบบดิจิทัล
ผลกระทบ เชิงบวก
การเติบโตของรายได้ในจีนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทแม่สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับตัวเข้ากับตลาดที่ยากลำบาก ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดและกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ให้กับ Walmart ได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ต้องติดตาม
- จำนวนสาขา Sam's Club ที่จะเปิดเพิ่มในจีน
- ตัวเลขยอดขายรายไตรมาสในตลาดจีน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน