ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง หลังกลุ่ม G7 เตรียมระบายน้ำมันสำรองเพิ่มอุปทาน
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลงจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออกในตะวันออกกลางและการตัดสินใจของกลุ่ม G7 ที่จะระบายน้ำมันดิบและดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉินรวม 100 ล้านบาร์เรล
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงในวันจันทร์ โดยน้ำมันดิบ Brent ลดลง 0.34% อยู่ที่ 101.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI ลดลง 0.68% อยู่ที่ 90.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยกดดันหลักมาจากการที่กลุ่ม G7 ตกลงระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 100 ล้านบาร์เรล ประกอบกับปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจะยังคงมีความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แต่ตลาดเริ่มคลายความกังวลด้านอุปทานลงจากการแทรกแซงของกลุ่ม G7 และการที่ Saudi Aramco ปรับลดราคาน้ำมันดิบสำหรับตลาดเอเชียลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี
ปัจจัยกดดันด้านอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์
ข้อมูลการขนส่งระบุว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนกันยายน แม้จะมีความพยายามโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม ในขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีได้อ้างว่ามีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนไปยังพื้นที่ของ Saudi Aramco ในกรุงริยาดและพื้นที่ Khurais แต่ยังไม่มีการยืนยันจากทางการซาอุดีอาระเบีย
นอกจากนี้ กลุ่ม OPEC+ ได้ตัดสินใจเลื่อนการทบทวนโควตาการผลิตน้ำมันปี 2027 ออกไป เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อโครงการขยายกำลังการผลิตในตะวันออกกลาง ทำให้การคาดการณ์ปริมาณการผลิตในอนาคตมีความไม่แน่นอนสูง
ผลกระทบ เชิงลบ
การเพิ่มอุปทานจากคลังสำรองของกลุ่ม G7 และการส่งออกที่ฟื้นตัวของตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกดดันโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อรายได้ของบริษัทในกลุ่มพลังงาน
สิ่งที่ต้องติดตาม
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- การดำเนินการระบายน้ำมันสำรองของกลุ่ม G7
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน