เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
เศรษฐกิจ การเมือง

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง หลังสต็อกสหรัฐฯ พุ่งและอุปทานจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นตัว

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลดลงกว่า 1% หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินคาด และการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

ภาพ: Fahrettin Turgut / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง โดย Brent อยู่ที่ 96.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 89.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ปรับตัวสูงขึ้นในวันก่อนหน้า ปัจจัยกดดันหลักมาจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 922,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง

นอกจากนี้ อุปทานในตลาดโลกเริ่มผ่อนคลายลงจากการที่ซาอุดีอาระเบียกลับมาส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือ Yanbu ได้อีกครั้ง ประกอบกับตัวเลขการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเฉลี่ยปี 2025 ที่ 23.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจาก Goldman Sachs

ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการผลิต

นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แม้ว่าความชัดเจนในการบรรลุข้อตกลงจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูงก็ตาม

ในส่วนของกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มที่จะคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิมในการประชุมวันอาทิตย์นี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดในระยะสั้น ท่ามกลางแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก

ผลกระทบ เชิงลบ

การเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐฯ และการกลับมาของอุปทานจากซาอุดีอาระเบียส่งผลลบต่อราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากตลาดมีความกังวลเรื่องอุปทานส่วนเกินลดลง

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • การประชุมกลุ่ม OPEC+ ในวันอาทิตย์
  • ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน