ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือน ความกว้างของตลาดลดลงต่อเนื่อง
สัดส่วนหุ้นในดัชนี S&P 500 ที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและยาวลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ถดถอย
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนเรื่องความกว้างของตลาด (Market Breadth) ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก The Kobeissi Letter ระบุว่าหุ้นในดัชนี S&P 500 เพียง 25% เท่านั้นที่ซื้อขายเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
นอกจากนี้ จำนวนหุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ยังคงมากกว่าหุ้นที่ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นของดัชนีในช่วงที่ผ่านมาขาดแรงสนับสนุนจากหุ้นส่วนใหญ่ในตลาด
เจาะลึกพฤติกรรมนักลงทุน
นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะหมุนเงินกลับไปลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่หรือ Magnificent 7 เช่น Nvidia และ Meta ในช่วงไตรมาสที่ 3 เพื่อความปลอดภัย
ในขณะที่หุ้นกลุ่มข้ามชาติได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าตราบใดที่นักลงทุนยังไม่เกิดภาวะตื่นตระหนกหรือความมั่นใจสุดโต่ง ตลาดก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดในระยะยาว
ผลกระทบ เชิงลบ
สัญญาณความกว้างของตลาดที่อ่อนแอลงมักเป็นปัจจัยลบที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการปรับฐานของดัชนีในระยะสั้น เนื่องจากดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นเพียงไม่กี่ตัว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- รายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน