ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ ปฏิเสธข่าวลดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดี Donald Trump ปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent สัญญาเดือนพฤศจิกายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.69% อยู่ที่ 103.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 0.48% อยู่ที่ 89.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมจะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและปลดล็อกเงินทุนอิหร่านเพื่อแลกกับการยุติโครงการนิวเคลียร์
ตลาดน้ำมันยังคงเผชิญกับความผันผวนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าซาอุดีอาระเบียจะกลับมาดำเนินการขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่ง East-West Pipeline ได้ตามปกติแล้วก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาดูท่าทีของสหรัฐฯ เกี่ยวกับแผนการจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลเพื่อบรรเทาปัญหาราคาพลังงานในประเทศก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้
ปัจจัยหนุนราคาพลังงาน
นักวิเคราะห์ระบุว่าความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยบวกที่หนุนราคาพลังงานไว้ แม้ว่าปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 16.328 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์
อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังรอข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจะปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า
ผลกระทบ เชิงบวก
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัทในกลุ่มพลังงานและผู้ผลิตน้ำมัน แต่ในขณะเดียวกันอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในภาพรวมของเศรษฐกิจ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบจาก EIA
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน