นักลงทุนรายย่อยชะลอลงทุนหุ้นรายตัว เหตุวิตกเงินเฟ้อและดอกเบี้ยพุ่ง
ข้อมูลจาก Vanda Research ชี้เม็ดเงินลงทุนรายย่อยในหุ้นรายตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ท่ามกลางความกังวลต่อราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น
สรุปข่าว
นักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ เริ่มชะลอการเข้าซื้อหุ้นรายตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยมียอดซื้อรวมเพียง 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 20 วันทำการล่าสุด ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบอย่างน้อย 2 ปี เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเมษายน 2025 ที่มียอดซื้อสูงกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์
สาเหตุหลักมาจากความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่ทำสถิติสูงสุดและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนหันมาใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมยังคงยืนอยู่ในระดับสูง
มุมมองตลาดและกลุ่มเทคโนโลยี
ในขณะที่รายย่อยระมัดระวังตัว แต่เม็ดเงินจากสถาบันยังคงเชื่อมั่นในตลาด โดยดัชนี S&P 500 ยังคงซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล แรงหนุนสำคัญมาจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์กำไรไตรมาส 3 จะเติบโตเกือบ 29% เมื่อเทียบรายปี
กระแสความนิยมใน AI ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven เช่น Meta และ Nvidia ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นักวิเคราะห์มองว่าหากกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มชิปยังคงรักษาโมเมนตัมไว้ได้ ตลาดหุ้นโดยรวมก็น่าจะยังคงปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะยาว
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้พฤติกรรมรายย่อยจะระมัดระวังขึ้น แต่ตลาดโดยรวมยังคงได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ทำให้ผลกระทบต่อดัชนีตลาดในภาพรวมยังไม่ชัดเจน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน