Goldman Sachs ชี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีลุ้นไปต่อหากราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์คลี่คลาย
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs มองว่าตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นหากปัจจัยกดดันด้านราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง
สรุปข่าว
Ben Snider นักกลยุทธ์จาก Goldman Sachs ระบุว่าแม้ดัชนี S&P 500 จะยังคงแข็งแกร่งจากกระแส AI แต่หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนียังคงซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ถึง 16% ซึ่งสะท้อนถึงความกว้างของตลาดที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ยุคฟองสบู่ดอทคอม
หากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคลดลง ตลาดจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นในวงกว้าง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่ยังตามหลังตลาดอยู่ (laggards) ซึ่งจะช่วยหนุนให้ดัชนี S&P 500 มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก 13% สู่ระดับ 8,700 จุดภายใน 12 เดือนข้างหน้า
ปัจจัยหนุนและกดดันตลาด
กำไรของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P 500 คาดว่าจะเติบโตเกือบ 29% ในไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
ขณะที่หุ้นกลุ่ม Magnificent Seven โดยเฉพาะ META และ NVDA ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีกอย่าง MCD, PEP, LOW และ NKE ยังคงเผชิญแรงกดดันและซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์
ผลกระทบ เชิงบวก
มุมมองเชิงบวกจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ต่อดัชนีตลาดหุ้นโดยรวม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจได้
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน