เฟดจ่อปรับเกณฑ์กำกับดูแลธนาคาร เปิดช่องแบงก์ขนาดกลางควบรวมกิจการ
ธนาคารกลางสหรัฐฯ เตรียมปรับเพิ่มเกณฑ์สินทรัพย์สำหรับธนาคารที่จะถูกกำกับดูแลเข้มงวด หวังลดภาระต้นทุนและกระตุ้นการควบรวมกิจการ
สรุปข่าว
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กำลังวางแผนปรับเพิ่มเกณฑ์สินทรัพย์ที่ใช้กำหนดระดับการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะมีการเสนอปรับเกณฑ์การทำ Stress Test และข้อกำหนดด้านเงินทุนใหม่ภายในปีนี้
ปัจจุบันธนาคารที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 100,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปต้องเผชิญกับกฎระเบียบที่เข้มงวด ซึ่งธนาคารมองว่ามีต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบสูงเกินความจำเป็น การปรับเกณฑ์ใหม่จะช่วยให้ธนาคารขนาดกลางมีพื้นที่ในการเติบโตมากขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนการรายงานข้อมูลที่ซับซ้อน
โอกาสในการควบรวมกิจการ
การปรับเกณฑ์ดังกล่าวคาดว่าจะช่วยปลดล็อกการควบรวมกิจการ (M&A) ในกลุ่มธนาคารระดับภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมามักชะลอการขยายกิจการเพื่อหลีกเลี่ยงการข้ามเกณฑ์สินทรัพย์ที่จะนำไปสู่การถูกกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น โดยธนาคารอย่าง U.S. Bancorp, Capital One, PNC Financial และ Truist จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากเกณฑ์ที่ผ่อนคลายลง
นักวิเคราะห์มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ธนาคารขนาดกลางสามารถแข่งขันกับธนาคารยักษ์ใหญ่ 4 แห่งของสหรัฐฯ ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่คัดค้านมองว่าการควบรวมกิจการอาจลดการแข่งขันและเพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบให้กับภาคการเงินโดยรวม
ผลกระทบ เชิงบวก
เป็นผลดีต่อธนาคารขนาดกลางและภูมิภาค เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบและเปิดโอกาสให้เกิดการควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน