ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไร้ข้อสรุป
ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 103.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 92.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงติดขัด
ความขัดแย้งดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดพลังงาน โดยเฉพาะประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาดูท่าทีของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยกดดันด้านอุปทาน
อิหร่านยังคงยืนกรานเงื่อนไขในการเจรจา โดยระบุว่าจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซหากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่าการบรรลุข้อตกลงต้องใช้เวลาและยังคงมีทางเลือกด้านการทหารไว้รองรับ
ในส่วนของข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ รายสัปดาห์จาก EIA พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง ส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนจากตัวเลขสต็อกที่สูงกว่าคาด
ประเด็นการส่งออกดีเซล
ตลาดพลังงานยังได้รับแรงกดดันจากกระแสข่าวลือเรื่องการสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วัน แม้ทำเนียบขาวจะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวแล้วก็ตาม
นักวิเคราะห์เตือนว่าหากมีการจำกัดการส่งออกจริง จะไม่ช่วยลดราคาพลังงานในประเทศ แต่จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาอุปทานตึงตัวในตลาดโลกและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
ผลกระทบ เป็นกลาง
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสะท้อนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย แต่ตลาดได้รับแรงกดดันสวนทางจากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด ทำให้ทิศทางราคายังมีความไม่แน่นอนสูง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน