เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม หลังดัชนีภาคธุรกิจพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี
Michael Barr ผู้ว่าการเฟดระบุว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกเพื่อคุมเงินเฟ้อ สอดคล้องกับข้อมูลดัชนี PMI ที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาด
สรุปข่าว
Michael Barr ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณว่ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ 2% โดยมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการคุมเข้มทางการเงิน
ในขณะเดียวกัน S&P Global รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคธุรกิจของสหรัฐฯ เดือนกันยายน พุ่งขึ้นแตะระดับ 58.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 62 เดือน สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็นำมาซึ่งแรงกดดันด้านต้นทุนและราคาขายที่สูงขึ้น
ผลกระทบต่อตลาด
ตลาดการเงินตอบรับข่าวนี้อย่างรุนแรง โดยนักลงทุนเพิ่มโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือนตุลาคมเป็น 71% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี พุ่งขึ้นเกิน 13 จุดพื้นฐาน แตะระดับ 4.9%
นักวิเคราะห์มองว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟดต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อไม่ให้ฝังรากลึก
ผลกระทบ เชิงลบ
การส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มกดดันตลาดหุ้นเนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและแนวโน้มการชะลอตัวของสภาพคล่องในระบบ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การประชุม FOMC วันที่ 27-28 ตุลาคม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน