ยักษ์ใหญ่ยา AstraZeneca-GSK เตือนยุโรปเสี่ยงสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
กลุ่มบริษัทยาชั้นนำของยุโรปออกจดหมายเปิดผนึกเตือนรัฐบาลถึงภาวะถดถอยของอุตสาหกรรมยา หลังสูญเสียส่วนแบ่งการวิจัยให้สหรัฐฯ และจีนอย่างต่อเนื่อง
สรุปข่าว
กลุ่มบริษัทยาชั้นนำของยุโรป นำโดย AstraZeneca, GSK, Novo Nordisk, Sanofi, Roche และ Novartis ได้ร่วมกันออกจดหมายเปิดผนึกเตือนว่าอุตสาหกรรมยาของยุโรปกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถดถอยอย่างรุนแรงหากไม่มีการเร่งแก้ไขเชิงนโยบาย
ปัจจุบันยุโรปกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้กับสหรัฐฯ และจีนอย่างเห็นได้ชัด โดยสัดส่วนการวิจัยยาของยุโรปในตลาดโลกลดลงจาก 43% ในปี 1990 เหลือเพียง 31% ในปัจจุบัน ขณะที่จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการทดลองทางคลินิกและสิทธิบัตรยาแทนที่
ปัญหาเชิงโครงสร้างและผลกระทบ
ผู้บริหารระดับสูงชี้ว่ายุโรปกำลังประสบปัญหาความล่าช้าในการอนุมัติยาใหม่ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ยาก โดยยาที่ได้รับการอนุมัติใหม่ถึง 40% ไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยในยุโรปได้ และผู้ป่วยต้องรอคอยการรักษาเฉลี่ยเกือบ 600 วัน
นอกจากนี้ ความล่าช้าและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนยังทำให้บริษัทข้ามชาติเริ่มโยกย้ายฐานการลงทุนไปยังสหรัฐฯ มากขึ้น โดย AstraZeneca ได้ประกาศแผนลงทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความกังวลต่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมยาในยุโรปที่มีมูลค่าเกินดุลการค้าสูงถึง 2.2 แสนล้านยูโร
ผลกระทบ เชิงลบ
การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของบริษัทยาในยุโรปอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาวและมูลค่าการลงทุนในภูมิภาค รวมถึงความเสี่ยงที่บริษัทเหล่านี้จะลดความสำคัญของตลาดยุโรปลงเพื่อไปเน้นตลาดสหรัฐฯ และจีนแทน
สิ่งที่ต้องติดตาม
- นโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยาจากรัฐบาลยุโรป
- การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการลงทุน R&D ของบริษัทยาในยุโรป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน