สงครามรัสเซีย-ยูเครนดันราคาน้ำมันดีเซลสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติสูงสุด
ผลกระทบจากสงครามที่ยืดเยื้อและการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดีเซลทั่วโลกตึงตัว ดันราคาในสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สรุปข่าว
สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ดำเนินมากว่า 4 ปี ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการที่ยูเครนประสบความสำเร็จในการใช้โดรนโจมตีเครือข่ายโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันประมาณ 40% ของรัสเซียต้องหยุดชะงัก
สถานการณ์ดังกล่าวประกอบกับปัญหาโรงกลั่นในตะวันออกกลางและจีน ทำให้ปริมาณน้ำมันดีเซลในตลาดโลกหายไปประมาณ 3% ส่งผลให้ราคาดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.85 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ราคาดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะไปเพิ่มราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร ทำให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในวงกว้าง
นักวิเคราะห์เตือนว่าปัญหาการขาดแคลนน้ำมันสำเร็จรูปจะยังไม่คลี่คลายในระยะสั้น เนื่องจากโรงกลั่นหลายแห่งมีแผนปิดซ่อมบำรุงในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมภาวะตึงตัวของอุปทานในตลาดสหรัฐฯ
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากเพิ่มต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภค
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน