Meta เปิดตัว Muse AI หวังสร้างรายได้ใหม่ลดการพึ่งพาโฆษณา
Meta เดินหน้ากลยุทธ์ AI Agent เต็มตัวผ่าน Muse AI พร้อมโมเดลสมาชิกรายเดือน หวังเป็นแหล่งรายได้ใหม่เสริมธุรกิจโฆษณาหลัก
สรุปข่าว
Meta Platforms เปิดตัว Muse AI ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้จริง เช่น การส่งอีเมลหรือการซื้อสินค้า โดยระบบนี้จะทำงานผ่านแอปพลิเคชันหลักของบริษัทอย่าง WhatsApp รวมถึง iOS และ Android
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Mark Zuckerberg ในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ AI ให้เป็นรูปธรรม โดยบริษัทตั้งเป้าใช้ Muse AI และบริการสมาชิก Meta One เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ใหม่เพื่อลดการพึ่งพาธุรกิจโฆษณาที่ปัจจุบันสร้างรายได้เกือบทั้งหมดให้บริษัท
กลยุทธ์สร้างรายได้จาก AI
แม้บริการพื้นฐานของ Meta จะยังคงฟรี แต่บริษัทได้เริ่มนำเสนอโมเดลสมาชิกรายเดือนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ครีเอเตอร์ และธุรกิจ โดยมีราคาตั้งแต่ 3 ดอลลาร์ไปจนถึง 500 ดอลลาร์ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระดับการใช้งานและฟีเจอร์พิเศษ
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs มองว่าการเปิดตัว Muse AI เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ โดยยังคงคำแนะนำซื้อและตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 725 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ความท้าทายด้านต้นทุน
ปัจจุบัน Meta เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น ศูนย์ข้อมูลและชิปประมวลผล โดยบริษัทคาดการณ์งบลงทุนในปี 2026 ไว้สูงถึง 1.3-1.45 แสนล้านดอลลาร์
แม้รายได้จากโฆษณาในไตรมาส 2 จะเติบโตแข็งแกร่งถึง 28% แต่การที่หุ้นยังคงเคลื่อนไหวไม่หวือหวาในปีนี้สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลดังกล่าว ซึ่งการสร้างรายได้จากบริการสมาชิกจึงกลายเป็นความหวังใหม่ของบริษัท
ผลกระทบ เชิงบวก
การเปิดตัว Muse AI และโมเดลสมาชิกช่วยสร้างความชัดเจนในการหารายได้ใหม่นอกเหนือจากโฆษณา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งรายได้เดียวและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การเติบโตของรายได้จากบริการสมาชิก (Subscription)
- งบลงทุน (Capex) ในไตรมาสถัดไป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน