ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทำสถิติใหม่ในสหรัฐฯ กดดันต้นทุนขนส่ง
ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ ทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน 44 รัฐ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทขนส่งสินค้า
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งสูงถึง 6.45 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ 44 รัฐในสหรัฐฯ เผชิญกับราคาดีเซลที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยกดดันจากปัญหาอุปทานตึงตัวและกำลังการกลั่นที่จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าราคาเฉลี่ยทั่วประเทศอาจทำลายสถิติเดิมที่ 6.58 ดอลลาร์ต่อแกลลอน หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้บริษัทขนส่งสินค้าอย่าง J.B. Hunt ต้องออกมาเตือนนักลงทุนถึงผลกระทบต่อกำไรที่จะลดลง 5-10% เนื่องจากไม่สามารถปรับขึ้นค่าธรรมเนียมชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงได้ทัน
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
ภาคการขนส่งสินค้าได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวอนุญาตให้พนักงานขับรถบรรทุกสามารถปฏิบัติงานได้นานขึ้นเป็น 16 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนอุปทานและลดต้นทุนการขนส่งในระยะสั้น
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นบีบกำไรของบริษัทในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์โดยตรง และอาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในภาพรวม
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ราคาน้ำมันดิบ Brent
- รายงานดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน