การก่อสร้างที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ เดือน ส.ค. หดตัวแรงกว่าคาด
ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านใหม่ลดลง 2.6% สู่ระดับ 1.28 ล้านยูนิต กดดันโดยโครงการอาคารชุดที่ชะลอตัวลงอย่างหนัก
สรุปข่าว
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานตัวเลขการเริ่มสร้างที่อยู่อาศัยในเดือนสิงหาคมลดลงเหลือ 1.28 ล้านยูนิตต่อปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.32 ล้านยูนิต โดยได้รับผลกระทบหลักจากการก่อสร้างโครงการอาคารชุด (Multifamily) ที่ดิ่งลงเกือบ 22%
แม้การก่อสร้างบ้านเดี่ยวจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.6% สู่ระดับ 918,000 ยูนิต แต่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังคงระมัดระวังในการเริ่มโครงการใหม่
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยลบต่อการเติบโตของ GDP สหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตาประเมินว่าการลงทุนในที่อยู่อาศัยอาจฉุดตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ลง 0.16 จุดเปอร์เซ็นต์
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านระยะยาว 30 ปีที่ขยับเข้าใกล้ระดับ 7% กลายเป็นภาระหนักสำหรับผู้ซื้อและบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ทำให้บริษัทอย่าง Lennar Corp. ต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาและเพิ่มโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายท่ามกลางต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น
ผลกระทบ เชิงลบ
ข้อมูลสะท้อนถึงภาวะชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และกดดันกำไรของผู้ประกอบการจากต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนถัดไป
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน