Michael Burry มอง Fiserv มีโอกาสพุ่งเกือบ 100% หากถูกซื้อกิจการ
นักลงทุนชื่อดังระดับตำนานมองว่า Fiserv หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีการเงินมีมูลค่าต่ำเกินจริง พร้อมแนะจับตาโอกาสในการถูกเข้าซื้อกิจการ
สรุปข่าว
Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจากภาพยนตร์ The Big Short ได้เปิดเผยผ่าน Substack ว่า Fiserv บริษัทเทคโนโลยีการเงินรายใหญ่ของสหรัฐฯ มีศักยภาพที่จะเติบโตได้ถึง 61.2% ถึง 93.4% หากเกิดกรณีการเข้าซื้อกิจการ โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 100 ถึง 120 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ปัจจุบันหุ้น Fiserv กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังจากเผชิญกับปัญหาความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและผลประกอบการที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 35% ในรอบเดือนที่ผ่านมา หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
เจาะลึกผลประกอบการและแผนฟื้นฟู
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2026 Fiserv รายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วที่ 1.75 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.71 ดอลลาร์ แม้รายได้รวมจะลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
บริษัทได้ประกาศขยายโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใต้ชื่อ Project Elevate โดยตั้งเป้าลดต้นทุนให้ได้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่ 500 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
มุมมองต่อโอกาสการเข้าซื้อกิจการ
Burry เชื่อว่าราคาหุ้นที่ต่ำในปัจจุบันสะท้อนถึงความผิดพลาดในการบริหารงานในอดีตที่ขาดความโปร่งใสและตั้งเป้าหมายการเติบโตที่สูงเกินจริง อย่างไรก็ตาม เขามองว่า Fiserv เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนหรือบริษัทเอกชนที่จะเข้ามาซื้อกิจการ เนื่องจากมีสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและทำกำไรได้ดีกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
แม้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทจะยังคงให้คำแนะนำระดับ 'ถือ' แต่ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นล่าสุดที่พุ่งสูงขึ้นสะท้อนว่าตลาดเริ่มตอบรับเชิงบวกต่อแผนการปรับโครงสร้างและกลยุทธ์ใหม่ภายใต้การนำของซีอีโอคนปัจจุบัน
ผลกระทบ เชิงบวก
มุมมองเชิงบวกจากนักลงทุนระดับตำนานประกอบกับการเพิ่มเป้าหมายลดต้นทุนและแผนซื้อหุ้นคืน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและแรงหนุนให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามมูลค่าที่แท้จริง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน