หุ้นกลุ่มชิปสหรัฐฯ ร่วงหนักต่อเนื่อง Intel นำทีมดิ่งกว่า 9%
มูลค่าตลาดกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หายไปกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์ในการซื้อขายวันเดียว ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มอุตสาหกรรม
สรุปข่าว
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักต่อเนื่อง โดย Intel ปรับตัวลดลงราว 9% หลังจากที่เคยร่วงลงเกือบ 29% เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดของกลุ่มชิปและหน่วยความจำหายไปรวมกว่า 3.7 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม
การปรับตัวลงครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังบริษัทอื่นในกลุ่ม เช่น Micron, Seagate และ Western Digital ที่ต่างปรับตัวลดลงระหว่าง 6% ถึง 8% ในขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าตลาดอาจรับรู้ข่าวร้ายไปมากแล้วและกำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุด
ปัจจัยกดดันและมุมมองตลาด
นักวิเคราะห์จาก Bullseye Brief ระบุว่าตลาดได้สะท้อนปัจจัยลบทั้งหมดไปแล้ว ซึ่งมักเป็นสัญญาณของการเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่าช่องว่างระหว่างผู้ชนะและผู้แพ้ในอุตสาหกรรมจะยิ่งขยายกว้างขึ้น
ในเชิงสถิติ ข้อมูลจาก Stock Trader's Almanac ชี้ว่าช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมิถุนายนมักเป็นช่วงที่หุ้นกลุ่มชิปให้ผลตอบแทนดี แต่ในอดีตบางปีก็เคยมีการปรับตัวลงต่อก่อนจะฟื้นตัวจริง
ผลกระทบ เชิงลบ
แรงเทขายในกลุ่มชิปส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดเทคโนโลยีโดยรวม และสร้างความกังวลต่อแนวโน้มกำไรของบริษัทในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ผลประกอบการ AMD วันอังคาร
- การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน