หุ้น AT&T ร่วง 6.5% หลังผู้บริหารเตือนรายได้ต่อรายจากบริการไฟเบอร์มีแนวโน้มลดลง
แม้ AT&T จะปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นทั้งปีเป็น 2.40 ดอลลาร์ แต่ตลาดกังวลกลยุทธ์การลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าส่งผลกระทบต่อรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย
สรุปข่าว
หุ้น AT&T ปรับตัวลดลง 6.5% เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม หลังจากบริษัทเปิดเผยว่ารายได้เฉลี่ยต่อลูกค้าไฟเบอร์มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในไตรมาส 4 หลังจากที่ปรับตัวลดลง 4% ในไตรมาส 3 ปี 2026 ปัจจัยกดดันหลักมาจากกลยุทธ์การจัดแพ็กเกจราคาพิเศษและการทำโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นการแลกมาด้วยรายได้ต่อหัวที่ลดลง
แม้จะมีประเด็นลบด้านรายได้ แต่ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทถือว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย AT&T สามารถเพิ่มฐานลูกค้าไร้สายได้ถึง 379,000 ราย พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปรับปรุง (Adjusted EPS) ทั้งปีขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2.40 ดอลลาร์ จากเดิมที่คาดไว้ในช่วง 2.25 - 2.35 ดอลลาร์
มุมมองนักวิเคราะห์
ปัจจุบันนักวิเคราะห์ 29 รายให้คำแนะนำหุ้น AT&T ในระดับ "Moderate Buy" โดยประกอบด้วยคำแนะนำซื้อ 17 ราย ถือ 11 ราย และขาย 1 ราย ซึ่งโครงสร้างคำแนะนำนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม Morgan Stanley ได้ปรับลดราคาเป้าหมายของ AT&T ลงมาอยู่ที่ 25 ดอลลาร์ แต่ยังคงคำแนะนำ "Overweight" โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยจากนักวิเคราะห์ในตลาดอยู่ที่ 27.64 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นส่วนต่างเพิ่มขึ้นประมาณ 29.1% จากราคาปัจจุบัน
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบอย่างชัดเจนจากการที่ตลาดกังวลเรื่องการลดลงของรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) แม้ว่าตัวเลขกำไรและจำนวนลูกค้าจะเติบโตได้ดีก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรมากกว่าการขยายฐานลูกค้าในระยะสั้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน