สรุปผลประกอบการกลุ่มยา: Eli Lilly โตแกร่ง ขณะที่ GSK เผชิญแรงกดดัน
Eli Lilly ทำผลงานโดดเด่นจากยอดขายยาเบาหวานและลดน้ำหนัก ส่วน Novartis เริ่มฟื้นตัว และ GSK ยังคงเผชิญความท้าทาย
สรุปข่าว
บริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 โดย Eli Lilly โดดเด่นที่สุดด้วยรายได้ที่สูงกว่าคาดการณ์ 8% จากความต้องการยา Mounjaro และ Zepbound ที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ทั้งปีขึ้นอีก 5 พันล้านดอลลาร์
ในขณะที่ Novartis แม้จะประสบปัญหาจากการทดลองยาที่ล้มเหลวในช่วงก่อนหน้า แต่ผลประกอบการไตรมาสนี้ยังออกมาดีกว่าคาด ส่วน GSK รายงานรายได้เพิ่มขึ้น 5% แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเนื่องจากความกังวลในกลุ่มธุรกิจวัคซีนและยาบางตัว
เจาะลึกรายบริษัท
Eli Lilly ครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มยา GLP-1 ได้ถึง 63% ในสหรัฐฯ แม้จะมีคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Novo Nordisk ก็ตาม
สำหรับ Novartis แม้จะมีการตัดจำหน่ายสินทรัพย์จากการซื้อกิจการ Avidity Biosciences แต่บริษัทยังคงมั่นใจในแผนการเติบโตระยะยาว ส่วน GSK กำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างเพื่อรับมือกับสิทธิบัตรยาที่จะหมดอายุลงในอนาคต
ผลกระทบ เป็นกลาง
ผลประกอบการมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัท โดย Eli Lilly เป็นบวกมากที่สุด ในขณะที่ GSK เผชิญแรงกดดันจากนักลงทุน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน