JetBlue ขาดทุนไตรมาส 3 สูงกว่าคาด แต่หุ้นพุ่งรับดีมานด์การบินยังแกร่ง
JetBlue รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ขาดทุนมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ พร้อมปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปี แต่หุ้นยังปรับตัวขึ้นจากความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
สรุปข่าว
JetBlue รายงานผลขาดทุนปรับปรุงต่อหุ้นที่ 0.60 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 0.55 ดอลลาร์ แม้รายได้จะเติบโต 21.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.81 พันล้านดอลลาร์
บริษัทปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานทั้งปีลงเหลือติดลบ 4.5% ถึง 6.5% อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากผู้บริหารยืนยันว่าความต้องการเดินทางยังคงแข็งแกร่งและต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 4
ปัจจัยกดดันและสถานะการเงิน
ต้นทุนเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยกดดันหลักโดยเพิ่มขึ้น 61% มาอยู่ที่ 868 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาเฉลี่ยน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 57.4% ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยไม่รวมเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 7%
ในด้านสถานะทางการเงิน บริษัทมีสภาพคล่องรวม 2.2 พันล้านดอลลาร์ และมีสินทรัพย์ที่ยังไม่ได้นำไปเป็นหลักประกันมูลค่าประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งผู้บริหารเชื่อมั่นว่าจะเพียงพอต่อการดำเนินงานในระยะยาว
ความเคลื่อนไหวของเจ้าหนี้
มีรายงานว่ากลุ่มเจ้าหนี้หุ้นกู้ได้เริ่มทำงานร่วมกับที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างหนี้อย่าง PJT Partners และ Akin เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ของบริษัท
แม้การจ้างที่ปรึกษาไม่ได้หมายความว่าบริษัทกำลังเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ทันที แต่สะท้อนถึงความกังวลของเจ้าหนี้ต่อภาระหนี้สินรวมที่มีอยู่กว่า 8.39 พันล้านดอลลาร์
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้ผลประกอบการจะขาดทุนมากกว่าคาดและมีการปรับลดเป้าหมายกำไร แต่ตลาดตอบรับเชิงบวกจากความต้องการเดินทางที่ยังแข็งแกร่งและสภาพคล่องที่เพียงพอ อย่างไรก็ตามความกังวลเรื่องเจ้าหนี้ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
สิ่งที่ต้องติดตาม
- แนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงในไตรมาส 4
- ความคืบหน้าการเจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน