ผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกชี้ ปัญหาคอขวดทำโครงการลงทุนล่าช้า
ผลสำรวจชี้แม้มีเงินทุนเพียงพอ แต่โครงการพลังงานกว่า 75% เสี่ยงล่าช้าหรือบานปลายจากปัญหาการขออนุญาตและห่วงโซ่อุปทาน
สรุปข่าว
ผลสำรวจจาก Jacobs ในกลุ่มผู้นำอุตสาหกรรมพลังงาน 600 รายใน 5 ประเทศหลัก พบว่า 71% เชื่อว่ามีเงินทุนในตลาดเพียงพอ แต่มีเพียง 29% ที่มองว่ามีโครงการที่พร้อมลงทุนจริง ปัญหาหลักเกิดจากความซับซ้อนในการขอใบอนุญาต กฎระเบียบที่ไม่ชัดเจน และการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่ควบคุมไม่ได้
ผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 75% คาดการณ์ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จะเผชิญความล่าช้าหรือมีต้นทุนเกินงบประมาณอย่างน้อย 25% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยแต่ละภูมิภาคมีข้อจำกัดที่ต่างกัน เช่น สหรัฐฯ เผชิญปัญหาการขออนุญาต ส่วนอังกฤษและออสเตรเลียกังวลเรื่องความพร้อมของโครงข่ายไฟฟ้า
ความท้าทายรายภูมิภาค
ในสหรัฐฯ การเติบโตของศูนย์ข้อมูลและ AI กำลังกดดันความต้องการไฟฟ้าอย่างหนัก ทำให้การประสานงานระหว่างเครือข่ายและหน่วยงานกำกับดูแลเป็นเรื่องเร่งด่วน ขณะที่เยอรมนีเผชิญความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานและทักษะแรงงาน
สำหรับสิงคโปร์และออสเตรเลีย ปัญหาหลักคือการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภายนอกและการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน ซึ่งทำให้การวางแผนโครงการมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข้อมูลนี้เป็นผลสำรวจเชิงอุตสาหกรรมที่สะท้อนความท้าทายในภาพรวม ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งในระยะสั้น แต่เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรทราบถึงความเสี่ยงในการดำเนินโครงการพลังงาน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน