Merck เผยผลวิจัย KEYTRUDA รักษาผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ผลดีกว่าเคมีบำบัด
ผลการทดลองระยะที่ 3 ชี้ KEYTRUDA แบบฉายเดี่ยวช่วยลดความเสี่ยงโรคลุกลามหรือเสียชีวิตได้ถึง 43% ในผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิด dMMR
สรุปข่าว
Merck ประกาศผลการทดลองทางคลินิก KEYNOTE-C93 ซึ่งประเมินการใช้ยา KEYTRUDA เป็นการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะลุกลามหรือกลับมาเป็นซ้ำชนิด dMMR โดยผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา KEYTRUDA มีอัตราการรอดชีวิตโดยปราศจากโรคลุกลาม (PFS) สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับเคมีบำบัดแบบมาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลระบุว่าระยะเวลา PFS เฉลี่ยของผู้ป่วยที่ใช้ KEYTRUDA อยู่ที่ 38.2 เดือน เทียบกับ 8.4 เดือนในกลุ่มเคมีบำบัด ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำประสิทธิภาพของยาในการเป็นทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพาเคมีบำบัดแบบเดิม โดยบริษัทเตรียมนำเสนอข้อมูลนี้ต่อหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเพื่อพิจารณาการใช้งานในวงกว้างต่อไป
เจาะลึกผลการทดลอง
ในการทดลองระยะที่ 3 นี้ ผู้ป่วยที่ได้รับ KEYTRUDA มีความเสี่ยงต่อการลุกลามของโรคหรือเสียชีวิตลดลงถึง 43% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาเคมีบำบัดสูตร platinum doublet นอกจากนี้ยังพบว่าอุบัติการณ์ของผลข้างเคียงรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไปในกลุ่มที่ใช้ KEYTRUDA มีเพียง 18.1% ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มเคมีบำบัดที่มีอัตราสูงถึง 50.7%
ผลลัพธ์ดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีในด้านอัตราการรอดชีวิตโดยรวม (OS) แม้การทดลองจะยังคงดำเนินอยู่เพื่อติดตามผลในระยะยาว แต่ข้อมูลเบื้องต้นถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการทางเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าเคมีบำบัดแบบดั้งเดิม
ผลกระทบ เชิงบวก
ผลการทดลองที่ประสบความสำเร็จช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายข้อบ่งใช้ของยา KEYTRUDA ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทำเงินหลักของ Merck ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมากขึ้น ส่งผลดีต่อศักยภาพการเติบโตของรายได้ในอนาคต
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การยื่นขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก
- ผลการติดตามอัตราการรอดชีวิตโดยรวม (OS) ในระยะยาว
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน