ยาต้านมะเร็งปอดตัวใหม่ของ BMY เผยผลทดสอบระยะที่ 3 ชี้ช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้ดีกว่าเคมีบำบัด
ผลการทดสอบยา izalontamab brengitecan ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิด NSCLC พบว่าช่วยชะลอการลุกลามของโรคได้นานขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
สรุปข่าว
SystImmune และ Bristol Myers Squibb (BMY) ประกาศผลการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 ของยา izalontamab brengitecan (iza-bren) ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (NSCLC) ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR โดยผลการศึกษา PANKU-Lung01 พบว่ายาตัวนี้ช่วยยืดระยะเวลาที่โรคไม่ลุกลาม (PFS) ได้ถึง 11.1 เดือน เมื่อเทียบกับ 5.7 เดือนในกลุ่มที่ได้รับเคมีบำบัดแบบดั้งเดิม
ยานี้เป็นยาประเภท antibody-drug conjugate ที่ออกฤทธิ์แบบคู่ (dual-targeting) ทั้ง EGFR และ HER3 ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาผู้ป่วยที่ดื้อต่อยา TKI มาก่อน ผลการทดสอบนี้ถูกนำเสนอในงานประชุม ESMO 2026 และตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The Lancet โดยถือเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยที่มีทางเลือกในการรักษาน้อย
ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
นอกจากตัวเลข PFS ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว อัตราการตอบสนองต่อการรักษา (cORR) ของกลุ่มที่ใช้ยา iza-bren ยังสูงถึง 60.2% เทียบกับ 34.5% ในกลุ่มเคมีบำบัด ข้อมูลดังกล่าวยืนยันถึงศักยภาพของยาในการเป็นทางเลือกใหม่ที่เหนือกว่าการรักษามาตรฐานเดิม
ในด้านความปลอดภัย ยาตัวนี้มีผลข้างเคียงที่จัดการได้และไม่พบสัญญาณความเสี่ยงใหม่ที่น่ากังวล โดยมีผู้ป่วยเพียง 1.9% เท่านั้นที่ต้องหยุดการรักษาเนื่องจากผลข้างเคียง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำและส่งผลดีต่อภาพรวมการยอมรับยาในอนาคต
ผลกระทบ เชิงบวก
ผลการทดสอบที่ประสบความสำเร็จในระยะที่ 3 ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและขยายพอร์ตโฟลิโอยาต้านมะเร็งของ BMY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของบริษัท
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การยื่นขออนุมัติจาก FDA
- ข้อมูลการรอดชีวิตโดยรวม (OS) ในอนาคต
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน