Roche เผยผลวิจัยยา divarasib รักษาผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามได้ดีกว่าเดิม
ผลการทดลองระยะที่ 3 Krascendo 1 ชี้ divarasib ช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิด KRAS G12C ได้ถึง 44% เมื่อเทียบกับการรักษามาตรฐานปัจจุบัน
สรุปข่าว
Roche เปิดเผยผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของยา divarasib ซึ่งเป็นยารักษามะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (NSCLC) ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน KRAS G12C โดยผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยานี้มีอัตราการรอดชีวิตโดยรวม (OS) สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับยามาตรฐานเดิมอย่าง sotorasib หรือ adagrasib อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลระบุว่า divarasib ช่วยลดความเสี่ยงในการลุกลามของโรคหรือการเสียชีวิตลงได้ 42% และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตโดยรวมลง 44% โดยมีค่ามัธยฐานการรอดชีวิตอยู่ที่ประมาณ 18 เดือน เทียบกับ 12 เดือนในกลุ่มควบคุม นอกจากนี้ยังพบว่าผลข้างเคียงจากการรักษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่จัดการได้และมีความปลอดภัยสูงกว่ายาในกลุ่มเดียวกัน
ความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง
การกลายพันธุ์ของยีน KRAS G12C พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็กประมาณ 1 ใน 8 ราย ซึ่งมักมีพยากรณ์โรคที่ไม่ดีและตอบสนองต่อการรักษาได้ยากในระยะยาว
ผลการทดลองครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเนื่องจากเป็นงานวิจัยระดับโลกเพียงชิ้นเดียวที่เปรียบเทียบยาต้าน KRAS G12C รุ่นใหม่กับรุ่นแรกโดยตรง ซึ่ง Roche กำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อนำยานี้มาเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาผู้ป่วยที่ผ่านการรักษามาแล้ว
ผลกระทบ เชิงบวก
ผลการทดลองที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติใช้ยาและสร้างรายได้ใหม่ให้กับ Roche ในกลุ่มยารักษามะเร็งปอด ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การอนุมัติจาก FDA
- ผลการทดลองระยะที่ 3 เพิ่มเติมในโครงการ Krascendo
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน