เศรษฐกิจแบบพบปะตัวจริง (IRL Economy) เติบโตสวนกระแสยุคดิจิทัล
ความต้องการกิจกรรมที่ต้องพบปะกันจริงพุ่งสูงขึ้น แม้เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
สรุปข่าว
Providence Equity Partners ประเมินว่าเศรษฐกิจแบบพบปะตัวจริง หรือ IRL Economy กำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจากกิจกรรมอย่างคอนเสิร์ต กีฬา และงานแสดงสินค้าจะเติบโตจาก 7 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
ความต้องการนี้สวนทางกับความเชื่อเดิมที่ว่าโลกดิจิทัลและ AI จะเข้ามาแทนที่การปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง โดยผู้บริโภคกลับให้คุณค่ากับการเชื่อมต่อระหว่างบุคคลมากขึ้น ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต
ปัจจัยหนุนการเติบโต
การเติบโตของ IRL Economy ได้รับแรงส่งจากสองปัจจัยหลัก คือการปรับสมดุลการใช้ชีวิตกับเทคโนโลยีที่ทำให้การพบปะกันกลายเป็นสิ่งจำเป็น และการที่เทคโนโลยีช่วยให้ประสบการณ์ในชีวิตจริงสามารถแบ่งปันผ่านโลกออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
การมีปฏิสัมพันธ์ในโลกจริงกลายเป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างวงจรเชิงบวกที่กระตุ้นให้ผู้คนออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและน่าบอกต่อ
โครงสร้างตลาดที่แตกต่าง
ต่างจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มักกระจุกตัวอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ตลาด IRL Economy มีลักษณะกระจายตัวสูง โดยมีบริษัทในสหรัฐฯ กว่า 28,000 แห่งที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม
แม้จะมีผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด แต่โครงสร้างส่วนใหญ่ยังประกอบด้วยเครือข่ายธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งช่วยสร้างความหลากหลายและทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้มากกว่าการผูกขาดโดยยักษ์ใหญ่
ผลกระทบ เชิงบวก
การเติบโตของ IRL Economy เป็นผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม สถานที่จัดงาน และอุตสาหกรรมบริการ เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- มูลค่าตลาด IRL Economy ปี 2030
- แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจจัดกิจกรรม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน