เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
AI ข่าวบริษัท

ซีอีโอ Palantir ชี้กลุ่ม Neurodivergent จะได้เปรียบในยุค AI

Alex Karp และผู้เชี่ยวชาญมองว่าทักษะการคิดที่แตกต่างของกลุ่มคนที่มีภาวะออทิสติกหรือดิสเล็กเซีย จะกลายเป็นจุดแข็งสำคัญในโลกการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ภาพ: Hasan Albari / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

Alex Karp ซีอีโอของ Palantir เชื่อว่าพนักงานที่มีความหลากหลายทางระบบประสาท (Neurodivergent) เช่น ผู้ที่มีภาวะออทิสติก ADHD หรือดิสเล็กเซีย จะมีความได้เปรียบในการทำงานยุค AI เนื่องจากมีทักษะการคิดแบบไม่เป็นเส้นตรงและการมองปัญหาจากมุมมองที่ต่างออกไป

แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Daniel Wendler นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางระบบประสาท ซึ่งมองว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานที่เคยออกแบบมาเพื่อคนกลุ่มปกติเท่านั้น ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องปรับตัวและเปิดรับวิธีการทำงานที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

โอกาสในโลกการทำงานยุคใหม่

ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีและสถาบันการเงินหลายแห่ง เช่น SAP, Microsoft, Dell และ JPMorgan Chase เริ่มมีโครงการสนับสนุนการจ้างงานกลุ่ม Neurodivergent อย่างจริงจัง โดย Palantir เองได้เปิดโครงการ Neurodivergent Fellowship ที่ให้ค่าตอบแทนสูงถึง 110,000 ถึง 200,000 ดอลลาร์ต่อปี

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าไม่ควรตีตราว่าคนกลุ่มนี้ต้องเป็นอัจฉริยะหรือมีพลังพิเศษเสมอไป แต่ควรเน้นที่การปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการใช้ศักยภาพของทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่ง AI จะเป็นเครื่องมือช่วยลดขั้นตอนงานที่ซับซ้อนและช่วยให้พนักงานกลุ่มนี้สื่อสารหรือจัดระเบียบงานได้ดียิ่งขึ้น

ผลกระทบ เป็นกลาง

ข่าวนี้เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและมุมมองเชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวโน้มการบริหารทรัพยากรบุคคลในยุค AI ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นหรือผลประกอบการในระยะสั้น

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน