นักเศรษฐศาสตร์เตือนสหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญวิกฤตการเงินจากฟองสบู่ AI
ผู้เชี่ยวชาญชี้การทุ่มงบสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เกินตัวและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล Trump กำลังผลักดันให้ตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ที่อาจแตกได้ทุกเมื่อ
สรุปข่าว
นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำและผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลกออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่ในอุตสาหกรรม AI ของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนน้ำหนักในดัชนี Nasdaq 100 สูงถึง 70% โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาพึ่งพาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหลัก
ท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง นักวิเคราะห์มองว่านโยบายภาษีศุลกากรและการจำกัดแรงงานของรัฐบาล Trump กำลังซ้ำเติมต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ทำให้บริษัทเทคโนโลยีเผชิญกับความท้าทายในการสร้างผลกำไรที่แท้จริง และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหากตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
สัญญาณเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ
Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates และ Ken Griffin เจ้าของกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ ต่างแสดงความเห็นตรงกันว่าหุ้นกลุ่ม AI มีราคาที่สูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไปมาก
Kenneth Rogoff นักเศรษฐศาสตร์จาก Harvard ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มีเครื่องมือจำกัดในการรับมือกับวิกฤตการเงินหากเกิดขึ้นจริง เนื่องจากสถานะทางการคลังที่ตึงตัวและหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยกดดันรอบด้าน
นอกจากปัญหาฟองสบู่ AI แล้ว อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับ 3.7% ซึ่งสูงกว่าช่วงปลายรัฐบาลก่อนหน้า ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อควบคุมสถานการณ์
ในขณะเดียวกันบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มชะลอการใช้งาน AI เนื่องจากปัญหาด้านประสิทธิภาพและต้นทุนที่สูงเกินความคุ้มค่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนก่อนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
ผลกระทบ เชิงลบ
ความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI และภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่พึ่งพาการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์สูง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน