กองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั่วโลกอ่วม รับแรงกระแทกหุ้นเทคโนโลยีร่วงหนัก
กองทุนเฮดจ์ฟันด์เผชิญผลตอบแทนติดลบหนักสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI อย่างต่อเนื่อง
สรุปข่าว
กองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนักในสัปดาห์นี้ โดยได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในโครงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและเทขายสินทรัพย์ในพอร์ตอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก Goldman Sachs ระบุว่ากลยุทธ์การลงทุนหลักทั้ง 3 รูปแบบของกองทุนต่างขาดทุนมากกว่า 1% ในวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกองทุนที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีและตลาดเอเชียที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเดือนนี้
ปัจจัยกดดันตลาด
แรงเทขายถูกกระตุ้นโดยหุ้น Meta Platforms ที่ร่วงลง 7% หลังบริษัทประกาศแผนระดมทุนผ่านการออกหุ้นคลาสใหม่ รวมถึงหุ้น Nvidia ที่ปรับตัวลดลง 4% ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 2.6% ซึ่งถือเป็นการลดลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
นักวิเคราะห์มองว่าความเข้มข้นของการลงทุนใน AI ในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับยุคฟองสบู่ดอทคอม ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องการหมุนเวียนเงินทุนในระบบ นอกจากนี้การที่กองทุนต้องลดภาระหนี้ (Deleveraging) เพื่อรับมือกับผลขาดทุนในหุ้นกลุ่ม AI ยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดมีความผันผวนมากขึ้น
ผลกระทบ เชิงลบ
ความผันผวนในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันและกองทุนทั่วโลก ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่และกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน