หุ้นเทคโนโลยีร่วงหนักฉุดตลาดโลก ราคาน้ำมันพุ่งรับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ดัชนี S&P 500 เผชิญวันเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความกังวลในตะวันออกกลาง
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงในวันศุกร์หลังแรงเทขายในกลุ่มหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) กดดันดัชนีหลัก โดยเฉพาะ Nasdaq ที่ร่วงลง 2.6% และ S&P 500 ที่ลดลง 1.2% นักลงทุนกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืมเพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และซื้อชิป AI ที่สูงขึ้น รวมถึงความกังวลว่าราคาหุ้นกลุ่มนี้อาจสูงเกินจริง
ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 113.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 100.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเกิดเหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงานโลกและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 5 เท่าจากช่วงก่อนเกิดสงคราม
ผลกระทบต่อกลุ่มเทคโนโลยี
หุ้นกลุ่ม AI รายใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดย Nvidia ปรับตัวลดลง 4.4% ซึ่งส่งผลกระทบต่อดัชนี S&P 500 มากที่สุดเนื่องจากเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด
Meta Platforms ร่วงลง 7% แม้รายได้จะสูงกว่าคาดแต่กำไรต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่ Tesla ปรับตัวลง 3.1% หลังรายงานรายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ CoreWeave ยังเผชิญแรงกดดันจากการกังวลเรื่องภาระหนี้สิน
ตลาดพันธบัตรและเศรษฐกิจ
นักลงทุนหันเข้าหาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีร่วงลงสู่ระดับ 4.97% จากเดิมที่เคยพุ่งสูงกว่า 5.30% ในช่วงต้นเดือน
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งโดยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงเหลือ 194,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงมีความยืดหยุ่นแม้เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย
ผลกระทบ เชิงลบ
แรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดัชนีตลาดหุ้นหลักทั่วโลก ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ผลประกอบการ Microsoft, Amazon, Alphabet สัปดาห์หน้า
- การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Fed วันที่ 28 ตุลาคม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน