หุ้นเอเชียร่วงยกแผง รับแรงกดดันหุ้นกลุ่ม AI ดิ่งหนักทั่วโลก
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก หลังนักลงทุนกังวลต้นทุนการลงทุนใน AI ที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความไม่สงบในอิหร่าน
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดลบในวันศุกร์ นำโดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นที่ลดลง 1.7% และดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ที่ร่วงลง 2.4% โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่ถูกเทขายอย่างหนักทั่วโลก ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
นักลงทุนเริ่มกังวลว่าการทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลและชิป AI อาจไม่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินเพื่อขยายธุรกิจ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 113.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่อาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก
ผลกระทบต่อหุ้นรายตัว
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดย Meta Platforms ปรับตัวลง 7% แม้รายได้จะสูงกว่าคาดแต่กำไรกลับต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่ Tesla ร่วงลง 3.1% จากรายได้ที่ต่ำกว่าคาดการณ์
Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดได้รับผลกระทบหนักเช่นกันโดยราคาหุ้นลดลง 4.4% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดัชนี S&P 500 นอกจากนี้ CoreWeave บริษัทที่เช่าชิป AI ของ Nvidia ยังเผชิญกับความกังวลด้านหนี้สินจนราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 10.1%
ผลกระทบ เชิงลบ
ความกังวลเรื่องต้นทุนการลงทุน AI ที่สูงเกินจริงและภาระหนี้สินของบริษัทเทคโนโลยีส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยลบซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน