หุ้นกลุ่มชิปดิ่งยกแผง หลัง Lam Research เผยปัญหาห่วงโซ่อุปทานกระทบยอดขาย
หุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และบริษัทชิปรายใหญ่ร่วงลงในตลาดก่อนเปิดทำการ หลังบริษัทชี้ปัญหาซัพพลายเชนกดดันรายได้ไตรมาสล่าสุด
สรุปข่าว
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงอย่างหนักในตลาดก่อนเปิดทำการวันพฤหัสบดี หลังจาก Lam Research ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปรายใหญ่ระบุว่า ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานส่งผลกระทบต่อรายได้ โดยบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาสนี้ไว้ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งผู้บริหารยอมรับว่าตัวเลขอาจสูงกว่านี้หากไม่ติดปัญหาดังกล่าว
ความกังวลนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหุ้นในกลุ่มชิป โดยดัชนี PHLX Semiconductor Index ปรับตัวลงถึง 4% นอกจากนี้ Nvidia และ Qualcomm ต่างปรับตัวลดลงกว่า 2% ขณะที่ Intel และ Marvell ร่วงลง 5% และ 4% ตามลำดับ ส่วน Applied Materials และ ASML ก็ปรับตัวลงเช่นกัน
ปัจจัยกดดันตลาด
นอกเหนือจากปัญหาซัพพลายเชนแล้ว ตลาดหุ้นโดยรวมยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปในปีนี้
กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ความผันผวนในรอบนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนที่กังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของเงินทุนในอุตสาหกรรม AI
ผลกระทบ เชิงลบ
ข่าวนี้ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนเป็นปัจจัยพื้นฐานที่กระทบต่อรายได้โดยตรง และอาจส่งผลต่อการเติบโตของบริษัทในกลุ่ม AI ที่เคยเป็นดาวเด่นของตลาด
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าการแก้ปัญหาซัพพลายเชนของ Lam Research
- ทิศทางดัชนีกลุ่มชิปในตลาดหลัก
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน