วิเคราะห์ความเสี่ยงหากจีนระงับส่งออกแร่หายาก กระทบห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจนำไปสู่การจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและสินค้าเทคโนโลยี
สรุปข่าว
ความขัดแย้งเรื่องไต้หวันและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน เพิ่มความเสี่ยงที่จีนอาจใช้แร่หายากเป็นเครื่องมือต่อรองทางการค้า หากมีการระงับการส่งออกจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ที่กำลังเร่งฟื้นฟูคลังอาวุธ
แม้สหรัฐฯ จะตั้งเป้าหมายห้ามใช้แร่หายากจากจีนในระบบอาวุธภายในวันที่ 1 มกราคม 2027 แต่ผู้ผลิตหลายรายเตือนว่าห่วงโซ่อุปทานในประเทศยังไม่พร้อมรองรับความต้องการดังกล่าว
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
แร่หายากเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล หากเกิดการขาดแคลน ผู้ผลิตจะเผชิญภาวะการผลิตหยุดชะงักเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในญี่ปุ่นและยุโรป
บริษัทอย่าง REalloys กำลังเร่งสร้างแพลตฟอร์มการผลิตแร่หายากในอเมริกาเหนือเพื่อลดการพึ่งพาจีน โดยได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตโลหะหายาก
ความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตรายใหญ่
บริษัทเหมืองแร่และวัสดุรายใหญ่กำลังเร่งขยายฐานการผลิตแร่ยุทธศาสตร์เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดย Rio Tinto มุ่งเน้นไปที่ทองแดงและลิเธียม ขณะที่ BHP Group ให้ความสำคัญกับทองแดงซึ่งเป็นโลหะจำเป็นสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์
ด้าน Albemarle ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาดลิเธียมสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบของสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก
ผลกระทบ เชิงลบ
ความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบอาจทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและกระทบต่อกำลังการผลิตของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีและป้องกันประเทศในระยะยาว
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน