สหรัฐฯ เร่งหาแหล่งผลิตแม่เหล็กหายาก หลังกฎเหล็กเพนตากอนจ่อแบนวัตถุดิบจากจีน
สหรัฐฯ เผชิญวิกฤตขาดแคลนแม่เหล็กหายากสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยกฎใหม่ของเพนตากอนจะห้ามใช้วัตถุดิบจากจีนตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
สรุปข่าว
สหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแม่เหล็กหายากอย่างหนัก โดยมีความต้องการใช้สูงถึง 48,000 ตันต่อปี แต่สามารถผลิตเองได้เพียง 300 ตันเท่านั้น ขณะที่จีนครองส่วนแบ่งการผลิตโลกกว่า 90% และมีแนวโน้มจะใช้มาตรการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดขึ้น
เพนตากอนเตรียมบังคับใช้กฎ DFARS ฉบับใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 ซึ่งจะห้ามไม่ให้ผู้รับเหมาด้านกลาโหมใช้วัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับจีนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การทำเหมืองจนถึงแม่เหล็กสำเร็จรูป ส่งผลให้บริษัทในสหรัฐฯ ต้องเร่งหาแหล่งผลิตทางเลือกเพื่อความมั่นคงทางทหาร
ความเคลื่อนไหวของ REalloys
บริษัท REalloys (ALOY) กำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานแม่เหล็กหายากนอกประเทศจีน โดยมีฐานการผลิตใน Saskatchewan และ Ohio เพื่อรองรับความต้องการของกองทัพสหรัฐฯ
บริษัทได้แต่งตั้ง Dr. Muhammad Imran อดีตผู้บริหารจาก Saskatchewan Research Council เข้ามาดูแลด้านการแยกแร่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จีนครองตลาดอยู่ถึง 99% นอกจากนี้ REalloys ยังอยู่ระหว่างเจรจาเช่าพื้นที่ในคลังแสง Tooele Army Depot ของกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตอีกด้วย
ผลกระทบต่อยักษ์ใหญ่กลาโหม
บริษัทด้านการบินและอวกาศรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง RTX และ Northrop Grumman กำลังเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ของเพนตากอนอย่างเคร่งครัด
การจัดหาแม่เหล็กประสิทธิภาพสูงที่ปราศจากวัตถุดิบจากจีนถือเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับระบบอาวุธสำคัญ เช่น ขีปนาวุธและเครื่องบินรบ ซึ่งหากไม่สามารถหาแหล่งผลิตที่ผ่านการรับรองได้ทันเวลา อาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบงานตามสัญญาที่มีมูลค่ามหาศาล
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข่าวนี้เป็นกลางต่อตลาดโดยรวม แต่เป็นบวกต่อบริษัทที่ทำธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแร่หายากในสหรัฐฯ ขณะที่อาจเป็นความเสี่ยงด้านต้นทุนและการผลิตสำหรับบริษัทผู้รับเหมากลาโหมรายใหญ่
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 1 มกราคม 2027: วันเริ่มบังคับใช้กฎห้ามใช้วัตถุดิบจากจีนในห่วงโซ่อุปทานกลาโหม
- 10 มกราคม: วันสิ้นสุดข้อตกลงหยุดยิงด้านการส่งออกแร่หายากระหว่างสหรัฐฯ และจีน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน